สรุปก่อนอ่าน
- EN 1929-2 สั่งให้ตรวจรถเข็นกับอุปกรณ์ล็อกล้ออย่างน้อยทุก 6 เดือน แต่ของจริงแทบไม่มีใครทำหลังวันส่งมอบ
- ชิ้นที่ต้องเปลี่ยนก่อนเพื่อนคือล้อ และราคาล้อเป็นเศษเสี้ยวของราคารถเข็นทั้งคัน
- ลูกปืนที่กำลังจะพังจับได้ด้วยมือเปล่าในสิบวินาที ก่อนที่รถเข็นจะไปเสียกลางร้าน
- รถเข็นที่ล้อสึกจนซ้อนไม่ลง กินพื้นที่หน้าร้านเพิ่มทุกวัน ถึงจะยังเข็นได้อยู่ก็ตาม
รถเข็นที่ดูแลตามปกติอยู่ได้ราวสิบปี คำว่าตามปกติในประโยคนั้นทำงานหนักกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดไว้เยอะ
ข้อกำหนดที่ถูกลืมทันทีที่ส่งมอบเสร็จ
มาตรฐานยุโรป EN 1929-2 ซึ่งว่าด้วยรถเข็นที่ใช้บนทางเลื่อน กำหนดให้ตรวจสอบและทดสอบการทำงานสามจังหวะ คือตอนส่งมอบ ตอนมีการดัดแปลงสำคัญ และอย่างน้อยทุกหกเดือน
การตรวจคลุมตั้งแต่ตัวรถเข็น อุปกรณ์ล็อกล้อ ความสามารถในการเข้าออกจากทางเลื่อนทั้งตอนบรรทุกและตอนว่าง ไปจนถึงการทำงานของอุปกรณ์ล็อกล้อเวลามีคนกดหยุดฉุกเฉิน
ข้อแรกมีคนทำ ข้อสองก็มีคนทำ ข้อสามแทบไม่เคยถูกแตะ ทั้งที่เป็นข้อเดียวที่วนกลับมาตลอดอายุการใช้งาน
ตารางที่ทำได้จริงในร้าน
ตารางนี้ออกแบบให้ใช้คนที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเรียกช่างเฉพาะทาง ไม่ต้องหยุดใช้งาน
| ความถี่ | ทำอะไร | เวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| ทุกสัปดาห์ | สุ่ม 10 คันจากแถว เข็นมือเดียว 10 เมตร คันไหนไม่ตรงดึงออกไปซ่อม | 10 นาที |
| ทุกเดือน | ตรวจที่นั่งเด็กทุกคันที่มี สายรัด ตัวล็อก บานพับ | ขึ้นกับจำนวน |
| ทุก 6 เดือน | ตรวจทั้งกองตามรายการข้างล่าง แล้วบันทึกเป็นเอกสาร | ครึ่งวันต่อ 100 คัน |
| ทุกปี | นับจำนวนจริงเทียบกับทะเบียน ดูว่าหายไปกี่คันและหายจากจุดไหน | 1 วัน |
การสุ่มรายสัปดาห์คุ้มที่สุดในตารางนี้ เพราะจับคันที่เริ่มมีปัญหาได้ก่อนลูกค้าจะเจอ แล้วใช้เวลาน้อยจนไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทำ
รายการตรวจหกเดือน
แปดข้อต่อคัน
- หมุนล้อทั้งสี่ด้วยมือแล้วฟัง ควรลื่นและเงียบเท่ากัน ถ้าได้ยินเสียงกรอบแกรบหรือรู้สึกฝืด แปลว่าน้ำเข้าลูกปืนแล้ว
- วัดเส้นผ่านศูนย์กลางล้อ เทียบกับล้อใหม่ สึกเกินหนึ่งในสี่เมื่อไร ระยะซ้อนเริ่มเพี้ยน
- เข็นมือเดียว 10 เมตร ถ้าต้องคอยแก้ทาง จดไว้ด้วยว่าล้อไหน
- ยกมุมแล้ววาง หาอาการโยกที่บอกว่ารอยเชื่อมหรือจุดยึดเริ่มล้า
- รอยเชื่อมตรงที่ตะกร้าต่อกับโครง มองหารอยร้าว กับสนิมที่ผุดขึ้นมาจากใต้สี
- ที่นั่งเด็ก สายรัด ตัวล็อก บานพับ แผ่นรองนั่ง สงสัยเมื่อไรเปลี่ยนเลย ไม่ต้องรอรอบหน้า
- ผิวเคลือบ จุดที่เห็นสนิมแดงคือจุดที่ชั้นเคลือบขาดถึงเนื้อเหล็ก จดไว้ว่าเกิดซ้ำที่ตำแหน่งไหน
- ซ้อนกับคันข้างๆ ถ้าไม่สนิทหรือต้องออกแรง ให้ไปดูที่ล้อก่อน
บันทึกผลเป็นตารางง่ายๆ ต่อคัน หมายเลข วันที่ตรวจ ผลแต่ละข้อ และสิ่งที่ทำไป เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ตอบคำถามได้เวลามีเหตุ แล้วก็ทำให้การตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยนมีข้อมูลรองรับ
ซ่อมหรือเปลี่ยน
เกณฑ์ง่ายๆ ที่ใช้ได้คือเทียบค่าซ่อมกับมูลค่าที่เหลืออยู่ของรถเข็นคันนั้น
ซ่อมเกือบทุกครั้ง ถ้าปัญหาอยู่ที่ล้อ ที่จับ ที่นั่งเด็ก หรือตัวล็อกเหรียญ ชิ้นพวกนี้ออกแบบมาให้เปลี่ยนได้ และราคาเป็นเศษเสี้ยวของทั้งคัน ถ้าซื้อรถเข็นมาแล้วเปลี่ยนล้อแยกไม่ได้ ก็เก็บข้อมูลนี้ไว้ใช้ตอนสั่งรอบหน้า
เปลี่ยนทั้งคัน ถ้าปัญหาอยู่ที่โครง รอยเชื่อมร้าว โครงบิด หรือสนิมกินเข้าเนื้อเหล็กหลายจุด งานเชื่อมซ่อมหน้างานไม่คืนความแข็งแรงเดิม แล้วก็ไม่มีใครรับประกันผลให้
เส้นแบ่งอยู่ตรงที่ว่าชิ้นนั้นถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนหรือเปล่า ล้อใช่ โครงไม่ใช่
ตัวเลขที่ควรรู้เกี่ยวกับกองรถเข็นตัวเอง
ถ้ายังไม่เคยนับ สามตัวนี้คุ้มกับหนึ่งวันที่เสียไป
- จำนวนจริงเทียบกับจำนวนตามทะเบียน ส่วนต่างคือของที่หายไป และมักเยอะกว่าที่คิดไว้
- สัดส่วนที่ใช้งานไม่ได้อยู่ตอนนี้ รถเข็นที่จอดอยู่มุมหลังร้านเพราะเข็นไม่ได้ ยังเป็นสินทรัพย์ในบัญชีแต่ไม่ได้สร้างอะไรเลย
- สาขาไหนหายมากที่สุด ข้อมูลจากต่างประเทศชี้ว่าสาขาแค่หนึ่งในสี่อาจเป็นต้นเหตุของความสูญเสียกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าของเราเป็นแบบเดียวกัน เงินควรลงที่กลุ่มนั้นก่อน
สามตัวนี้เปลี่ยนการคุยเรื่องงบจากความรู้สึกเป็นข้อเท็จจริง แล้วส่วนใหญ่จะพบว่าซ่อมกองที่มีอยู่ถูกกว่าซื้อเพิ่มเยอะ
ถ้าซื้อมาจากที่อื่น
ตารางกับรายการตรวจข้างบนใช้ได้กับรถเข็นทุกยี่ห้อ ไม่ได้จำกัดเฉพาะของที่ซื้อจากเรา
ข้อจำกัดเดียวที่จะเจอคืออะไหล่ ถ้ารถเข็นที่ใช้อยู่เปลี่ยนล้อแยกชิ้นไม่ได้ หรือหาอะไหล่ในประเทศไม่ได้ ก็เหลือทางเลือกแค่ใช้ต่อจนพังกับเปลี่ยนทั้งคัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรถามผู้ขายตั้งแต่ก่อนซื้อ ไม่ใช่ตอนที่ล้อเริ่มสึกแล้ว
ACE SITHA รับตรวจสภาพกองรถเข็นและทำรายงานตามรายการนี้ รวมถึงรถเข็นที่ไม่ได้ซื้อจากเรา ส่งจำนวนคันกับจำนวนสาขามา แล้วเราจะบอกว่าใช้เวลาเท่าไรและต้องเตรียมอะไรบ้าง